เมื่ออดีตคนไร้บ้านกลายเป็นนักเล่าเรื่องของเมือง
- Admin
- 6 ก.ย. 2567
- ยาว 1 นาที

ซอนนี่อดีตคนไร้บ้าน และกลุ่มลูกทัวร์ของเขา
ภาพจาก: invisible-cities.
เก็บแผนที่และคู่มือการเดินทางไว้ที่บ้าน แล้วออกไปสัมผัสประสบการณ์ที่แท้จริงของเมืองไปพร้อมกับอดีตคนไร้บ้านที่ทำให้การเดินทางในครั้งนี้ไม่เหมือนใคร
Invisible Cities เป็นองค์กรเพื่อสังคมที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนไร้บ้านโดยการฝึกอบรมพวกเขาให้เป็นไกด์ทัวร์สำหรับนักท่องเที่ยวในเมืองต่าง ๆ ซึ่งโครงการนี้เกิดขึ้นในสหราชอาณาจักรและขยายไปยังเมืองอื่น ๆ เช่น เอดินบะระ, กลาสโกว์, ยอร์ก, คาร์ดิฟฟ์ และแมนเชสเตอร์ จุดเด่นของทัวร์นี้ คือ การใช้ประสบการณ์ชีวิตของคนไร้บ้านเพื่อสร้างประสบการณ์ทัวร์ที่มีความหมายและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้สนใจร่วมทัวร์นี้จะได้สัมผัสกับเรื่องเล่าของเมืองที่ไม่เหมือนกับหนังสือเดินทางเล่มไหน ๆ แน่นอน
โดยผู้ริเริ่มก่อตั้งองค์กรนี้ คือ ซาเกีย มูลาอุย เกอรี เธอได้สั่งสมประสบการณ์จากการเข้าไปมีบทบาทในการหาสถานที่จัดงาน Homeless World Cup ซึ่งเป็นองค์กรที่ใช้ฟุตบอลในการสนับสนุน และสร้างแรงบันดาลใจรวมถึงเปลี่ยนชีวิตให้กับคนไร้บ้าน โครงการนี้ยังช่วยเปลี่ยนทัศนคติและมุมมองของผู้คนที่มีต่อคนไร้บ้านให้ดีขึ้นอีกด้วย
ด้วยประสบการณ์การใกล้ชิดกับกลุ่มคนไร้บ้านประกอบกับการที่เธอได้เดินทางไปหลายเมืองเพื่อหาสถานที่จัดงาน Homeless World Cup และในช่วงปี 2015 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ เธอได้พบกับธุรกิจท้องถิ่นที่จ้างคนไร้บ้านและจัดทัวร์เพื่อหารายได้เสริมให้กับกลุ่มคนเหล่านี้ เธอเลยริเริ่มอยากที่จะนำการท่องเที่ยวมาผสมกับการได้สนับสนุนบุคคลอื่น และจัดตั้ง Invisible Cities ในปี 2016 ขึ้น ที่เมืองเอดินบะระ ประเทศสกอตแลนด์

Zakia Moulaoui Guery ผู้ก่อตั้ง Invisible Cities
ภาพจาพ: reasonstobecheerful
ปัญหาที่ไม่ถูกมองเห็น นำไปสู่การเป็นกลุ่มคนที่สังคมมองไม่เห็น
ในช่วงที่เกอรีจัดงาน Homeless World Cup กลุ่มคนไร้บ้านเข้ามาพูดกับเธอว่า ‘ฉันสูญเสียพ่อแม่และกลายเป็นคนไร้บ้าน’ หรือ ‘ฉันตกงาน’ หรือ ‘ฉันป่วย’ สถานการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้เกอรีเข้าใจว่าเรื่องราวนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน และทุกคนก็มีปัญหาและเรื่องราวที่แตกต่างกัน แต่ทุกคนก็ยังมีพรสวรรค์ ทักษะ และความฝัน
สิ่งนี้ทำให้เห็นว่าการไร้บ้านไม่ได้หมายถึงแค่การนอนข้างถนนตามภาพจำของคนไร้บ้านเสมอไป แต่อาจหมายถึงการที่บุคคลนั้นอาศัยอยู่ในสถานที่ที่ไม่มั่นคง เสี่ยงต่อการล่วงละเมิด หรือถูกเอารัดเอาเปรียบ จากข้อมูลของสหประชาชาติ มีคนเกือบ 150 ล้านคนทั่วโลกที่ไม่มีบ้านอยู่ และอีกหลายล้านคนที่อาศัยในสภาพที่ไม่เหมาะสม อาจเรียกได้นี่คือปัญหาสังคมที่เห็นได้ชัด แต่หลาย ๆ ครั้งก็มักจะถูกทำให้กลายเป็นเรื่องที่มองไม่เห็นเสมอ
เพราะฉะนั้นเป้าหมายสำคัญที่สุดสำหรับ Invisible Cities คือ การสร้างทักษะให้กับกลุ่มคนไร้บ้านในเรื่องของความสามารถในการพูดต่อหน้าคน มีความมั่นใจ ไม่ใช่แค่การสอนทักษะการเป็นไกด์เฉพาะทาง ดังนั้น ไม่ว่าความฝันของคนกลุ่มนี้จะเป็นงานในโรงแรม ร้านกาแฟ หรือร้านอาหารก็สามารถนำไปต่อยอดได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีหลักสูตรเตรียมความพร้อมสำหรับการสัมภาษณ์งานอีกด้วย เพราะเกอรีเชื่อว่าภารกิจขององค์กรนี้ นอกจากจะช่วยลบล้างอคติจากสังคมแล้ว นี่คือหนทางในการพัฒนาสร้างงานและรายได้ให้ยั่งยืนในระยะยาว
ไม่มีใครรู้จักเมืองได้ดีเท่าคนที่สนิทกับเมืองอย่างพวกเขาอีกแล้ว
“สวัสดี ผมชื่อซอนนี่! ขอบคุณที่สนใจทัวร์และเรื่องราวของผม ผมเคยเป็นคนไร้บ้านในเมืองนี้ ดังนั้นผมจึงรู้ว่ามีบางส่วนในเอดินบะระที่คุณอาจไม่รู้ ทัวร์ของผมจะเน้นในเรื่องอาชญากรรมและการลงโทษ เนื่องจากผมเคยติดคุกมาด้วยตัวเอง (แม้ว่าจะเป็นอาชญากรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ตาม) และเมืองเอดินบะระก็เต็มไปด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับการฆาตกรรม นักเลง และนักโทษ! ” - คำเชิญชวนของซอนนี่ ไกด์ในเมืองเอดินบะระ
ทัวร์ไหน ๆ ก็ไม่สามารถถ่ายทอดความเป็นเมืองได้ดีเท่าคนที่สนิทกับเมืองในชนิดที่เรียกว่ารู้ไส้รู้พุง รู้ในมุมที่ไม่ใช่แค่ความสวยงามเท่านั้น ไกด์อดีตคนไร้บ้านทุกคนล้วนมีเรื่องราวเป็นของตัวเอง และพวกเขาสามารถดีไซน์ทัวร์ของตัวเองได้ด้วยการเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ของเมืองและประสบการณ์ของพวกเขาเข้าด้วยกัน นี่เลยเป็นอีกหนึ่งจุดเด่น ที่ทำให้ลูกทัวร์ได้เห็นเมืองในหลายมุมมอง และบางครั้งอาจจะเป็นมุมมองทีไม่เคยเห็นและสัมผัสมาก่อน
รีวิวจากลูกทัวร์ส่วนใหญ่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่านี่คือทัวร์ที่น่าทึ้ง และทำให้เขาได้เรียนรู้เมืองมากขึ้นจริง ๆ การการันตีเหล่านี้ทำให้ Invisible Cities เป็นมากกว่าการท่องเที่ยว แต่เป็นการสร้างความเข้าใจและเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกันในรูปแบบที่มีความหมายมากขึ้น
แหล่งที่มา
Walking Tours Around Edinburgh...
コメント